TITLE THAILAND Guide To Travel Thailand  
www.titlethailand.com

หน้าแรก อุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม & รีสอร์ท เทศกาลและงานประเพณี ติดต่อลงโฆษณา ไทย EN

  เทศกาล งานประเพณี
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  สถานที่ท่องเที่ยว
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  อุทยานแห่งชาติ
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  โรงแรม&รีสอร์ท
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  เว็บที่น่าสนใจ
  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช
  ตำรวจท่องเที่ยว
  การรถไฟแห่งประเทศไทย
  กรมการขนส่งทางบก
  เพื่อนบ้าน  
  อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

มีพื้นที่ประมาณ ๖๔๐,๒๓๗.๕๐ ไร่ หรือ ๑,๐๒๓.๓๘ ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เทือกเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออกแบ่งพื้นที่ออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ในเดือนกุมภาพันธ์จะเห็นป่าเปลี่ยนสีสวยงามมาก ในเขตเทือกเขาประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา พบสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมีอยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดำ หมี กวาง หมาป่า และหมาใน มีสัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญ คือ ช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-ลาว

สถานที่น่าสนใจในอุทยาน ได้แก่
แก่งหลวง  ห่างจากอำเภอนาน้อยประมาณ ๓๕ กิโลเมตร เส้นทางเข้าถึงแก่งหลวงลำบากมาก เป็นเกาะแก่งตามธรรมชาติ เกิดจากกระแสน้ำแม่น้ำน่าน ไหลผ่านโขดหินที่กระจายอยู่กลางแม่น้ำ ในหน้าน้ำจะได้ยินเสียงน้ำกระทบโขดหินดังกึกก้อง ยามหน้าแล้งจะมองเห็นแนวโขดหิน และหาดทรายสีขาวเป็นแนวยาวตามริมฝั่งแม่น้ำน่าน สามารถลงเล่นน้ำได้ช่วงหน้าแล้งเดือนเมษายนเท่านั้น เพราะหน้าฝนน้ำจะเชี่ยวมากและเป็นอันตรายอาจทำให้จมน้ำได้

ดอยผาชู้  บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ มีลักษณะเป็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขา ในฤดูหนาวสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้จากยอดผาชู้ และเมื่อหมอกจางจะมองเห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ที่ปลายผืนป่า เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น และลำน้ำน่านที่ทอดตัวคดเคี้ยวสวยงามมาก ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ช่วงใกล้ขึ้นถึงยอดผาเป็นหินแหลมคม จึงต้องเตรียมรองเท้าผ้าใบที่ใส่กระชับไปด้วยเพื่อความสะดวกในการปีนป่าย ใช้เวลาในการเดินไป-กลับ ประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ที่ประสงค์จะเดินขึ้นยอดผาชู้ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางที่อุทยานฯ

จุดเด่น  เป็นสถานที่ตั้งสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ต้องร้องเพลงชาติประมาณ 12 จบ กว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา สายธงชาตินี้มีความยาวประมาณ 200 เมตร จากพื้นถึงยอดผาชู้

 ตามตำนานที่เล่ากันมาเกี่ยวกับผาชู้กล่าวว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตนเองรักจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดจากหน้าผาเจ้าจันทน์ผาตามมาพบว่าเจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กัน และเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไปจึงรู้สึกเสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วยแต่กระเด็นห่างออกไป ด้วยความรักแท้ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมาเจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา   และเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง (“จ๋วง” เป็นภาษาเหนือแปลว่าต้นสน “เอื้องผึ้ง” แปลว่ากล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

ผาหัวสิงห์และดอยเสมอดาว อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 สายนาน้อย-ปางไฮ เป็นจุดชมทิวทัศน์บนยอดหน้าผาสูง สามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา สำหรับพักผ่อนและดูดาว ดูพระอาทิตย์ตกและยังเป็นจุดชมทะเลหมอกอีกด้วย หากจะเดินขึ้นไปบนผาสิงห์ (เป็นหน้าผาที่มีรูปร่างคล้ายหัวสิงห์) ระยะทาง 2 กิโลเมตร ต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางจากอุทยานฯ ระหว่างทางจะพบต้นจันทน์ผาซึ่งเป็นไม้เด่น และเมื่อท้องฟ้าแจ่มใส จากผาสิงห์สามารถมองเห็น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา และแม่น้ำน่านได้

ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน  แม่น้ำทอดตัวผ่านกลางพื้นที่อุทยานฯ ตั้งแต่เหนือสุดถึงใต้สุดยาวกว่า 60 กิโลเมตร สามารถล่องเรือ ล่องแพ ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำน่าน จะเห็นทิวทัศน์ เกาะแก่ง โขดหิน หาดทราย หน้าผา สภาพป่าที่เขียวขจีและสัตว์ป่านานาชนิดต่าง ๆ มากมาย มีจุดเด่นที่น่าสนใจ ผาง่าม เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งโดดเด่นอยู่กลางป่าเขาที่เขียวขจี ผาขวาง เป็นหน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งขวางอยู่กลางแม่น้ำน่าน สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ สองฝั่งแม่น้ำน่าน ที่เหมาะสมสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับระบบธรรมชาติวิทยา
 
ปากนาย  ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ห่างจากตัวอำเภอ 27 กิโลเมตร ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 63 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดน่าน มีลักษณะเกิดจากสภาพป่าที่ถูกน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ท่วมถึง เป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่านมีทิวทัศน์สวยงาม สามารถนั่งเรือชมธรรมชาติ มีเรือนแพของชาวประมงไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย มีเส้นทางข้ามไปจังหวัดอุตรดิตถ์ได้จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านเพื่อแวะชมและพักค้างคืนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง
 
เสาดินนาน้อย หรือ ฮ่อมจ๊อม  เกิดจากการกัดเซาะพังทลายของดินเป็นบริเวณกว้างกว่า 20 ไร่ ลักษณะคล้ายแพะเมืองผีของจังหวัดแพร่ แต่มีความสวยกว่า และจะมีการพังทลายของดินเปลี่ยนแปลงรูปไปทุก ๆ ปี เป็นเสาดินมีลักษณะแปลกตา เกิดจากการพังทลายของดิน ประกอบกับการกัดเซาะของน้ำและลมตามธรรมชาติ พื้นที่กว้างประมาณ 50 ไร่ ลักษณะภูเขาดินที่ถูกกัดเซาะให้สึกกร่อนพังทลายให้ปรากฏแท่งดินผสมหินลูกรังปนดินแดง มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ คือ ตะกอนดินจะไหลลงสู่แม่น้ำลำธาร ทำให้เกิดการตื้นเขินได้ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จนำคณะอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เพื่อทัศนศึกษาลักษณะภูมิประเทศ ธรณีวิทยา โบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณเสาดินนาน้อย  เสาดินนาน้อยอยู่ในพื้นที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีระยะทางห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 24 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอนาน้อยใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1083 ไปประมาณ 3 กิโลเมตร มีทางแยกเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร

คอกเสือ อยู่ห่างจากเสาดินนาน้อยประมาณ 800 เมตร ถ้ามาจากนาน้อยจะเห็นคอกเสืออยู่ทางด้านขวามือ ก่อนถึงเสาดินนาน้อย 500 เมตร มีลักษณะคล้ายกับเสาดินนาน้อยแต่ขนาดย่อมกว่า ลักษณะเป็นหลุมลึกที่เกิดจากการกัดเซาะพังทลายของดิน ในสมัยก่อนชาวบ้านเล่าว่า “ ในบริเวณนี้มีเสืออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และจะมาขโมยเอาวัว ควาย และหมูของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้กินเป็นอาหาร ชาวบ้านจึงรวมกำลังไล่ต้อนเสือให้ตกลงไปในบ่อดินดังกล่าว แล้วใช้ก้อนหินและไม้แหลมขว้างและทิ่มแทงเสือจนตาย เขาจึงเรียกบริเวณนี้ว่า "คอกเสือ"  หมายเหตุ:  ในช่วงหน้าฝนไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไป เนื่องจากสภาพถนนเป็นดินลูกรัง
 
บ้านพักและสิ่งอำนวยความสะดวก มีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว จำนวน 3 หลัง และเต็นท์พื้นที่กางเต็นท์ จำนวน 3 จุด ได้แก่ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ดอยผาชู้) บริเวณดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ บริเวณลานป่าสน (ดอยผาชู้) แต่ต้องเตรียมอาหารไปเอง ติดต่อและสอบถามรายละเอียดได้ที่ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตู้ปณ. 14 ตำบลศรีสะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150 โทร. 0 5470 1106, 08 1224 0800, ดอยผาชู้ หมู่ ที่ 9 ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน 55150 โทร. 0 5470 1160 E-mail: Srinan_13@hotmail.com, ป่าไม้จังหวัดน่าน โทร. 0 5471 0815 กด 18 หรือกรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. 0 2562 0760 www.dnp.go.th

อัตราค่าเข้าอุทยานฯ นักท่องเที่ยว ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวภายใน อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ผาชู้
อยู่ที่บ้านหนองบัว หมู่ที่ 9 ตำบลศรีษะเกษ อยู่ห่างจากตัวอำเภอไปตามถนนสายนาน้อย-ปางไฮ ประมาณ 20 กม. มีลักษณะ เป็นหน้าผาสูงชัน ทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นแม่น้ำน่าน ยาวคดเคี้ยวหลายสิบกิโลเมตร อยู่ในเขตอุทยาน ศรีน่าน ที่บริเวณผาชู้มีบ้านพักรับรองสำหรับ นักท่องเที่ยวที่จะค้างคืน เป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกทีสวยงาม การเดินทางต้องนำรถและเตรียมอาหารไปเอง ติดต่อศูนย์พัฒนาต้นน้ำห้วยสามสบ ตำบลศรีษะเกษ อำเภอนาน้อย และหน่วย พัฒนาปรับปรุงต้นน้ำ(เขาน้อย) อำเภอเมืองน่าน โทร 054


แก่งหลวง
เป็นแก่งในแม่น้ำน่านซึ่งไหลผ่านอำเภอนาน้อย อยู่ที่บ้านแต หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงของ ห่างจากอำเภอไปตามถนน สายนาน้อย-ปางไฮ ประมาณ 35 กม. มีลักษณะเป็นแก่งคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา


เสาดิน(ฮ้อมจ้อม)
อยู่ที่ตำบลเชียงของ อำเภอนาน้อย มาทางใต้ประมาณ 61 กม. ตามเส้นทางน่านเวียงสา- นาน้อย จากอำเภอนาน้อยมีทางแยกไปตามเส้นทางหมายเลข 1083 ประมาณ 10 กม. ฮ้อมจ้อมมีลักษณะเป็นเนินดิน ซึ่งถูกกัดเซาะ จนสึกกร่อนเป็นรูปร่างต่าง ๆ แปลกตา ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นอย่างหนึ่ง


คอกเสือ
มีลักษณะคล้ายเสาดิน สูงถึง 20-30 ม.อยู่ห่างจากเสาดินประมาณ 1 กม.


โปดหมาผี
มีลักษณะคล้ายเสาดิน อยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลสถาน ห่างจากอำเภอนาน้อยประมาณ 10 กม.


    รูปภาพจากทางบ้าน
  แบ่งปันรูปภาพ


ชื่อรูปภาพ