TITLE THAILAND Guide To Travel Thailand  
www.titlethailand.com

หน้าแรก อุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม & รีสอร์ท เทศกาลและงานประเพณี ติดต่อลงโฆษณา ไทย EN

  เทศกาล งานประเพณี
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  สถานที่ท่องเที่ยว
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  อุทยานแห่งชาติ
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  โรงแรม&รีสอร์ท
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  เว็บที่น่าสนใจ
  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช
  ตำรวจท่องเที่ยว
  การรถไฟแห่งประเทศไทย
  กรมการขนส่งทางบก
  เพื่อนบ้าน  
  ถ้ำผานางคอย

ถ้ำผานางคอย  เป็นส่วนหนึ่งของภูเขาหินปูน ที่ตั้งตระหง่านกลางป่า ปกคลุมด้วยแมกไม้น้อยใหญ่ อดีตเมื่อผืนป่ายังอุดมสมบูรณ์ ละแวกนี้เต็มไปด้วยสัตว์มากมายหลายชนิด โดยเฉพาะกวางป่า เป็นที่มาของชื่ออำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร แต่เมื่อพื้นที่ถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่การเกษตร สัตว์ก็ค่อยๆ หายไป เหลือเพียงภูเขาหินปูน ถ้ำและหินงอกหินย้อยสวยวิจิตรอลังการเป็นประติมากรรม ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างไว้ถ้ำแห่งนี้มิถูกร้อยเรียงเรื่องราวให้เข้ากับตำนาน
นิทานพื้นบ้าน จากหยดหินก่อให้เกิดรูปทรงผู้หญิงกำลังโอบอุ้มลูกน้อย รอคอยการกลับมาของชายอันเป็นที่รักของเธอ โดดเด่นอยู่ที่ลานกลางถ้ำ เป็นที่มาของชื่อ ถ้ำผานางคอย ตำนานรักยิ่งใหญ่ของเจ้าแม่อรัญญาณี หญิงสาวสูงศักดิ์ กับชายอันเป็นที่รัก เมื่อ 800 ปีที่แล้วสมัยอาณาจักรแสนหวี องค์หญิงอรัญญาณีผู้สูงศักดิ์ รักกับคะนองเดช หัวหน้าฝีพาย จนองค์หญิงอรัญญาณีตั้งครรภ์ แล้วหนีมาด้วยกัน จนถึงกลางป่าถูกทหารตามล่ามาอย่างกระชั้นชิด ทหารยิงคะนองเดชแต่พลาด ถูกกลางอุระองค์หญิงอรัญญาณี ทั้งสองหลบเข้ามาอยู่ในถ้ำและประสูติพระโอรส องค์หญิงอรัญญาณีได้ให้ชายที่รักหนีไป และพูดว่า "หญิงจะรออยู่ที่นี่ ชั่วกัลปาวสาน" แรงอธิษฐานดังกล่าวทำให้นางกลายเป็นหิน มือโอบพระโอรสไว้บนตัก เป็นที่มาของชื่อถ้ำผานางคอย ปัจจุบันถ้ำผานางคอยได้รับการปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ มีการปรับภูมิทัศน์ พัฒนาเส้นทาง ติดไฟ และป้ายบอกถึงความเป็นมาประวัติศาสตร์ และตำนาน "ผานางคอย" ไว้รับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ความสูงจากด้านล่างจนถึงปากถ้ำ 50 เมตรถือว่าไม่ไกลมากนัก ภายในถ้ำ ระยะทางจากปากถ้ำจนถึงทางออกอีกด้านยาวถึง 150 เมตร ทางเดินทั้งกว้างและแคบสลับกันไปเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยระยิบระยับ แบ่งออกเป็น 13 จุด ตั้งชื่อเรียบร้อยกันอย่างไพเราะ คือ คูหาสวรรค์วิเศษ เทพอารักษ์นครา นาคาสถิต งามพิศอนงค์สนาน หิมพานต์พิจิตร เนรมิตม่านแก้ว มรกตเพริดแพร้ววิจิตรา บูชาพระมุนี นทีชลเนตร ธารเทพอธิษฐาน คชสารพิทักษ์ ลานรักพระนาง และหินนางคอย  ขึ้นไปไม่สูง ข้างบนมีลานหินเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่นั่ง เรียกกันว่า ลานนางคอย นอกจากนี้ เมื่อเข้าไปกลางถ้ำจะพบกับ หินงอกขนาดใหญ่เมื่อเดินพ้นโค้งลานรักพระนาง มองไปทางขวาเล็กน้อย สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาตั้งตระหง่านโดดเด่น นั่นคือ หินนางคอย หัวใจสำคัญของถ้ำ หินปูนที่หยดย้อยทำให้เกิดรูปทรงเหมือนหญิงสาว กำลังก้มหน้าโอบอุ้มลูกน้อยนั่งอยู่บนแท่นหิน ผู้มาเยือนต้องยืนอยู่ห่างจากหินนางคอยประมาณ 10 เมตร จะเป็นจุดที่เห็นได้ชัดว่ามีรูปร่างเหมือนผู้หญิงอุ้มลูก ถัดจากหินนางคอยไปเล็กน้อย จะเป็นปากถ้ำอีกด้านหนึ่งที่สูงขึ้นไป ปากถ้ำด้านหลังมีความกว้างกว่า15 เมตร เป็นแหล่งแสงสว่างให้ภายในถ้ำเป็นอย่างดี ก่อนถึงปากถ้ำด้านหลัง ชาวบ้านได้นำพระพุทธรูปตั้งไว้เพื่อให้ผู้มาเยือนได้กราบไว้บูชา ขอพรก่อนเดินทางกลับอีกด้วย

 


    รูปภาพจากทางบ้าน
  แบ่งปันรูปภาพ


ชื่อรูปภาพ