TITLE THAILAND Guide To Travel Thailand  
www.titlethailand.com

หน้าแรก อุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม & รีสอร์ท เทศกาลและงานประเพณี ติดต่อลงโฆษณา ไทย EN

  เทศกาล งานประเพณี
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  สถานที่ท่องเที่ยว
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  อุทยานแห่งชาติ
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  โรงแรม&รีสอร์ท
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  เว็บที่น่าสนใจ
  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช
  ตำรวจท่องเที่ยว
  การรถไฟแห่งประเทศไทย
  กรมการขนส่งทางบก
  เพื่อนบ้าน  
  วัดศรีเทพประดิษฐาราม

วัดศรีเทพประดิษฐาราม สร้างขึ้นเมื่อ พ. ศ. 2402 โดยเจ้าเมืองทองทิพย์ มังคละคีรี เดิมชื่อว่าวัดศรีคุณเมือง ก่อนเป็นวัดร้าง กระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2445 หลวงปู่จันทร์ เขมิโย หรือพระเทพสิทธาจารย์ ลูกศิษย์พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล มาบูรณะเมื่อ พ.ศ.2449  แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีเทพประดิษฐาราม

 หลวงปู่จันทร์ บรรพชาเป็นสามเณร ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2434 ก่อนอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวัย 20 ปี และอยู่จำพรรษาครองสมณเพศมาถึงอายุ 92 ปี จึงละสังขารเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2516 ดังนั้นในวันที่ 2 ก.พ.ของทุกปี ซึ่งเป็นวันมรณภาพ คณะศิษยานุศิษย์จึงได้ร่วมกันจัดงานเพื่อรำลึกถึงบูรพาจารย์ ที่ได้สร้างคุณงามความดีไว้มากมายให้กับวงการพระพุทธศาสนา 

 วันที่ 22 พฤศจิกายน 2522 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯทรงทอดผ้าไตรหน้าหีบศพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางดอกไม้จันทน์พระราชทานเพลิงศพ พระเดชพระคุณพระเทพสิทธาจารย์  ในสมัยพระครูอุทัยธรรมโสภณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 3 เมื่อปี 2548 มูลนิธิหลวงปู่จันทร์และสโมสรโรตารี่นครพนม นำโดย นายจิตร ปิติพัฒน์ ประธานมูลนิธิหลวงปู่จันทร์ นายพิศิษฐ์ ปิติพัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองนครพนม และญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันก่อสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงปู่จันทร์ขึ้น ณ บริเวณริมกำแพงวัดด้านทิศเหนือ (ข้างตึกสารภาณนุสรณ์) เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังและพุทธศาสนิกชน ได้ศึกษาชีวประวัติพระอริยสงฆ์ของชาวไทยที่ทำคุณประโยชน์คุณูปการแก่ชาว จ.นครพนม และคณะสงฆ์นิกายธรรมยุต

 ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2548 แล้วเสร็จในปลายปี 2549 เป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว เป็นห้องโถ่งโล่ง ปูด้วยหินอ่อนทั้งหลัง สิ้นงบในการก่อสร้าง 5.2 ล้านบาท ประกอบพิธีเปิดและสมโภชไปแล้วเมื่อต้นปี 2550 ภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเหมือนหลวงปู่จันทร์เท่าตัวจริง ที่อยู่บนแท่นหินอ่อนสูง 3 ชั้น ครอบด้วยกระจกใส ล้อมรอบด้วยดอกบัวแห้งประดิษฐ์ มุมซ้ายเป็นตู้กระจกไม้สูง 4 เมตร มีภาพหลวงปู่เขียนด้วยสีน้ำมันอยู่ในกรอบไม้ ภายในตู้ประกอบด้วยเครื่องอัฐบริขาร เช่น ผ้าไตร จีวร กระติกน้ำร้อน ชานหมาก บาตร รองเท้าแตะ และไม้เท้าถัดไปเป็นมุมโต๊ะลายมุก มีใบแต่งตั้งหลวงปู่ ตั้งแต่สมัยเป็นพระครูสัญญาบัตร ที่พระครูศีลสัมบัน ต่อมาในรัชกาลที่ 6 เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระสารภาณมุณี สมัย พ.อ.พระยาพหล พยุหเสนา และจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในรัชกาลที่ 7, 8 ก่อนเลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพสิทธาจารย์ ในรัชกาลที่ 9 ตามลำดับ และใบแต่งตั้งเป็นรองเจ้าคณะภาค 8-11 รูปที่ 3 (ธรรมยุต) โดยสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ด้านขวาเป็นโต๊ะหมู่บูชา มีพระประธาน พระพุทธรูปไม้ปางประทานพร และภาพถ่ายหมู่ในอดีตคณะสงฆ์วงศ์ธรรมยุตสมัยเก่า ถ่ายเมื่อ 23 เม.ย.2508 มีหลวงปู่จันทร์นั่งเป็นประธานหน้าสุด กับพระอริยสงฆ์ชื่อดังของเมืองไทย อาทิ หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี, หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงปู่หลอด ปโมทิโต เป็นต้น

 นอกจากนี้ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า 108 ภาพ และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุก พระเสริม และหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จังหวัดหนองคาย) ส่วนด้านหลังพระอุโบสถเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิหลวงปู่จันทร์ และภาพจิตรกรรมนูนต่ำ ภาพเทพพระยาดาติดฝาผนังที่หาดูได้ยาก และได้รับรางวัลภาพถ่ายนานาชาติจากตากล้องอิสระอีกด้วย

 


    รูปภาพจากทางบ้าน
  แบ่งปันรูปภาพ


ชื่อรูปภาพ