TITLE THAILAND Guide To Travel Thailand  
www.titlethailand.com

หน้าแรก อุทยานแห่งชาติ สถานที่ท่องเที่ยว โรงแรม & รีสอร์ท เทศกาลและงานประเพณี ติดต่อลงโฆษณา ไทย EN

  เทศกาล งานประเพณี
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  สถานที่ท่องเที่ยว
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  อุทยานแห่งชาติ
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  โรงแรม&รีสอร์ท
       ภาคเหนือ
       ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
       ภาคกลาง
       ภาคตะวันออก
       ภาคใต้
  เว็บที่น่าสนใจ
  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
  กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา
  กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช
  ตำรวจท่องเที่ยว
  การรถไฟแห่งประเทศไทย
  กรมการขนส่งทางบก
  เพื่อนบ้าน  
  วัดจะทิ้งพระ

วัดจะทิ้งพระอ.สทิงพระ จ.สงขลา  เดิมเรียกว่า "วัดสทิงพระ" แต่ปัจจุบันเพี้ยนมาเป็น "วัดจะทิ้งพระ" จนถึงปัจจุบัน วัดจะทิ้งพระเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองประจำอำเภอสทิงพระสร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 1542 ภายในวัดมีโบราณสถานซึ่งเป็นศิลปะสมัยศรีวิชัยอาทิเช่นเจดีย์พระมหาธาตุวิหารพระพุทธไสยาสน์หอระฆังอยู่ใกล้ที่ว่าการอำเภอสทิงพระต.จะทิ้งพระอ.สทิง

ตามตำนานนางเอกขาวกล่าวว่า เจ้าพระยากรุงทอง เจ้าเมืองสทิงพาราณสีเป็นผู้สร้างวัดนี้ขึ้น ส่วนหลักฐานหนังสือกัลปนาหัวเมืองพัทลุงสมัยอยุธยาระบุว่าวัดจะทิ้งพระแยกออกเป็นสองวัดโดยมีกำแพงกั้นกลางวัดแรกคือวัดสทิงพระมีพระครูวินัยธรรมเป็นเจ้าอธิการหมื่นธรรมเจดีย์เป็นนายประเพณีอีกวัดคือวัดพระมหาเจดีย์องค์ใหญ่มี พระครูอมฤตย์ศิริวัฒนธาตุ เป็นเจ้าอธิการขุนธรรมพยาบาลเป็นนายประเพณีวัดทั้งสองแห่งนี้มีชื่อเรียกร่วมกันว่าวัดเจ้าพี่วัดเจ้าน้องโดยขึ้นกับวัดเขียนบางแก้วคณะป่าแก้วหัวเมืองพัทลุงต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงรวมเป็นวัดเดียวกัน 

เจดีย์พระมหาธาตุ วัดจะทิ้งพระ มีความสูง 20 เมตรฐานกว้างด้านละ 17 เมตรเส้นผ่านศูนย์กลางขององค์ระฆัง 6 เมตรมีลักษณะเป็นรูปโอคว่ำ หรือแบบลังกาอย่างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช แต่ไม่มีรัตนบัลลังก์ เสามะหวดตั้งบนคอระฆังระหว่างเสามีรูปสาวกปูนปั้นนูนต่ำจำนวน 16 องค์ถัดขึ้นไปเป็นปล้องไฉนยอดเจดีย์องค์ระฆังของเจดีย์พระมหาธาตุมีลักษณะแปลกคือจะคอดเว้าตรงกลางเล็กน้อยนักประวัติศาสตร์ศิลปะอธิบายว่าเป็นศิลปะแบบปาละสมัยศรีวิชัยอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 - 15 องค์เจดีย์ก่อด้วยอิฐดินเผาและอิฐปะการังสอด้วยดิน องค์เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีเสาหลอกแบ่งเป็นช่องๆ ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลายมีการบูรณะเปลี่ยนฐานเป็นสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบ แต่ละด้านมีซุ้มพระหนึ่งซุ้มมีลักษณะโค้งแหลมแบบสถาปัตยกรรมแบบกอทิกซึ่งเข้ามามีอิทธิพลในสถาปัตยกรรมไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาใน รัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(พ.ศ.2199-2231) 

ผนังภายในวิหารมีภาพเขียนเป็นเรื่องพุทธประวัติอายุประมาณ 100 ปีมาแล้วฝีมือช่างท้องถิ่นสามคนคือพระครูวิจารณ์ศีลคุณ(ชู) นายเกลื่อนและนายช่างไบ้เขียนภาพด้วยสีขาวเทาฟ้าเขียวระบายสีบางๆตัดเส้นด้วยสีอ่อนบนพื้นสีเหลืองอ่อน

 


    รูปภาพจากทางบ้าน
  แบ่งปันรูปภาพ


ชื่อรูปภาพ